มารู้จักกับนิกายต่างๆกันก่อนนะ  (ในที่นี้เปรียบเทียบ 2  นิกายที่มีสีจีวรต่างกัน)

                      พระในประเทศไทยมีสองสาย คือ ธรรมยุติ กับ มหานิกาย ซึ่งทั้ง 2 สายนั้น ก็อยู่ในนิกายหินยาน(หรือ เถรวาท)ซึ่งทางสายของหินยาน(หรือ เถรวาท) นั้นจะเน้นคำสอน ตามพุทธวินัยตามการสังคายนา ครั้งที่ ๑ อย่าง "เคร่งครัด" ส่วนที่เราเห็นพระจีนแตกต่างจากพระไทยนั้น เป็นเพราะแยกวงออกไปตอนสังคายนา ครั้งต่อมาเป็นพวกมหายาน ยาน คือ ยานพาหนะ นำคนข้าม วัฏสงสาร มหาคือใหญ่ ดังนั้นเป็นยานลำใหญ่ คือ ปารถนาพุทธภูมิทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิด สร้างบารมี นานๆ เป็นหลายอสงไขย เพราะงั้น คำถามจึงน่าจะเป็นว่า “ธรรมยุติ กับ มหานิกาย ต่างกันอย่างไร” ซึ่งหากพูดถึงที่มาประวัติย่อๆที่สรุปออกมาได้แล้วก็คือ นิกายธรรมยุตินั้นเกิดจากในสมัยก่อนนั้น รัชกาลที่ ๔ สมัยที่ยังทรงผนวช พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าหลักธรรมในพระไตรปิฎก และนำมาเทียบเคียง กับการประพฤติปฏิบัติของพระในสมัยนั้น เห็นว่าบางอย่างนั้นไม่ตรงกัน พระองค์จึงทรงตั้งนิกายธรรมยุติขึ้น เพื่อให้พระปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่ถูกต้องตามพระไตรปิฎก ไม่ใช่เกิดเพราะการเมือง ให้คนหลงงมงาย แต่อย่างใด แต่ไม่ว่าจะเป็นนิกายธรรมยุติ หรือ นิกายมหานิกาย ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา ต่างก็มีข้อดีในของตนเองเพราะว่าการที่แยกนิกายออกไปนั้น ไม่ได้หมายถึงการที่จะสร้างศาสนาใหม่ แต่เป็นการที่จะพัฒนาให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองต่อไป

 

ซึ่่งถ้าจะเปรียบเทียบความเคร่งและสีของจีวรก็จะสรุปได้ว่า

 

มหานิกาย(นิกายมหายาน) - เป็นนิกายที่คนไทยนับถือมากที่สุด  จะใส่จีวรสีเหลืองส้ม แบ่งเป็น พระบ้าน(คามวาสี) และ พระป่า (อรัญวาสี)

 

 

 

ธรรมยุติ - เริ่มมีตอนรัชกาลที่ ๔ จีวรสีกลักเปลือกขนุน(หรือสีน้ำตาลเข้มๆที่เราเห็นๆกัน)

แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ พระบ้าน และ พระป่า ซึ่งก็มีสีที่ออกน้ำตาลเหมือนกัน

 

 

 พระจีน - ใส่จีวรสีส้มสดใส!!!   ฉัน สามมื้อแต่เป็นแบบเจ

 

 

Comment

Comment:

Tweet