มาดูประวัติความเป็นมาซึ่งเป็นที่มาของ "ศึกชิงดินแดนที่ยังไม่มีใครหาทางยุติได้  อิสราเอล VS ปาเลสไตน์"

 

แรกเริ่มเดิมทีนั้นดินแดนปาเลสไตน์นั้นหาใช่ดินแดนว่างเปล่า หากแต่มีผู้คนอาศัยและสร้างสังคม วัฒนธรรม อารยะธรรมมาช้านาน โดยมีหลายชนชาติเข้ามาจับจองพื้นที่สร้างบ้านเมืองของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ชาวกันอาน (หรือ คันนาอัน) เป็นชนชาติอาหรับ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวปาเลสไตน์ (ในไบเบิลเรียกพื้นที่อาศัยของชาวกันอานว่า แผ่นดินกันอานหรือคันนาอัน) ชาวกิบบิโอน ชาวฟิลิสติน (ต่อมาชื่อฟิลิสตินนี้ได้แผลงมาเป็นชื่อ ปาเลสไตน์)

ต่อมาเมื่อชนชาติยิว ซึ่งอพยพมาจากอียิปต์ เข้ามาบุกรุกดินแดนแถบนี้และเริ่มรบพุ่งแย่งชิงดินแดนจากชนพื้นเมืองที่อยู่มาแต่เดิม จนสร้างอาณาจักรอิสราเอลขึ้น แต่ต่อมาก็ได้ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือเรียกว่าอาณาจักรอิสราเอล ส่วนตอนใต้เรียกว่าอาณาจักรยูดาย

ถัดจากนั้นดินแดนแถบนี้ก็ถูกปกครองโดยกลุ่มชนหลายเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นบาบิโลน อัสสิเรียน เปอร์เซีย กรีก โรมัน ในช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของโรมัน ชาวยิวกลุ่มหนึ่งได้ลุกขึ้นแข็งข้อต่ออำนาจของจักรพรรดิติตัส ของโรมัน จักรพรรดิติตัสจึงสั่งทำลายกรุงเยรูซาเล็มซึ่งอยู่ทางตอนเหนือเสียจนราบคาบ จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ ๔ ปาเลสไตน์ก็ตกเป็นของชาวคริสต์ จักรพรรดิคอนสแตนติน ซึ่งเข้ารีตคริสต์ได้สร้างวิหารศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในกรุงเยรูซาเล็ม กลายเป็นสถานที่ดึงดูดให้คริสต์ศาสนิกชนเข้ามาจาริกแสวงบุญกันมากขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางระบบสงฆ์และนักบวชในศาสนาคริสต์ จนเกิดการสร้างโบสถ์และวิหารต่างๆ ตามมาอีกมากมาย

จนกระทั่งกลุ่มชาติอาหรับได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาในดินแดนแถบนี้และก่อสงครามแย่งชิงพื้นที่ จนในปี ค.ศ. ๖๓๗ ชาวอาหรับก็ยึดครองดินแดนได้โดยสมบูรณ์ ประชากรที่เคยนับถือคริสต์ก็เริ่มแปรเปลี่ยนมานับถืออิสลามมากขึ้น จนประชากรส่วนใหญ่ก็ลายเป็นชาวมุสลิมไปจนเกือบทั้งหมด

ชาวคริสเตียนที่เหลืออยู่พยายามอย่างยิ่งที่จะยึดครองดินแดนนี้กลับมาเป็นของชาวคริสต์อีกครั้ง โดยไม่เพียงแต่ชาวคริสต์ในดินแดนปาเลสไตน์เท่านั้น หากแต่ยังได้รับความร่วมมือจากชาวคริสต์จากต่างแดนมาร่วมรบ ในสงครามที่เรียกว่า “สงครามครูเสด” สงครามครั้งนี้ยืดเยื้อยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี จนในที่สุดก็จบสิ้นลง โดยดินแดนปาเลสไตน์ตกเป็นของชาติอาหรับอย่างสมบูรณ์ มีประชากรส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังเป็นชาวคริสเตียน

ดินแดนปาเลสไตน์ก็ยังถูกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันครอบครองจากสองชนชาติคือ อาหรับและคริสต์ มานานกว่า ๘๐๐ ปี ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ชนชาติตุรกีเข้ายึดครองนานถึง ๔๐๐ ปี แต่การยึดครองของชาวเติร์กนี้มิได้มีการเปลี่ยนแปลงทางศาสนา สัดส่วนการนับถือศาสนาของประชาชนในดินแดนแถบนี้มิได้ถูกปรับเปลี่ยนไปแต่อย่างใด แม้แต่เชื้อชาติพลเมืองก็ยังคงเป็นชาวอาหรับเสียส่วนใหญ่ เหมือนก่อนหน้าที่พวกเติร์กจะเข้ามายึดครอง รวมถึงภาษา ประเพณี วัฒนธรรม ก็ยังคงเดิม เปลี่ยนแปลงเพียงกลุ่มชนชาติที่เข้ายึดครองเท่านั้น

ราวปี ค.ศ. ๑๘๙๗ ได้มีการก่อตั้งกลุ่มลัทธิไซออนนิสม์ (Zionist) โดยกลุ่มชาวยิวปัญญาชนและพ่อค้ายิวที่ทำมาหากินจนร่ำรวยจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะบนแผ่นดินอเมริกาและยุโรป มีจุดประสงค์เพื่อนำชาวยิวกลับมาตั้งถิ่นฐาน สร้างชาติยิวขึ้นมาใหม่บนแผ่นดินปาเลสไตน์ ซึ่งกลุ่มไซออนนิสต์ยึดมั่นในพระคัมภีร์ที่ว่า “พระเจ้าได้ประทานดินแดนแห่งนี้ให้กับชาวยิว” แต่ในขณะนั้นปาเลสไตน์ตกอยู่ใต้อาณัติของอังกฤษ กลุ่มไซออนนิสต์ใช้เวลานับสิบปีลงทุนกว้านซื้อที่ดินจากเจ้าของที่ดินชาวอาหรับอย่างถูกกฎหมาย และจัดการพัฒนาพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งให้สามารถเพาะปลูกได้ ท่ามกลางความไม่พอใจของบรรดาชาวอาหรับเจ้าของที่ดินเดิม แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้เพราะได้ทำการซื้อขายกันไปแล้วตามกฎหมายทุกประการ

ความขัดแย้งในการครอบครองดินแดนยังคงคุกรุ่นอยู่เรื่อยมา โดยมีกลุ่มไซออนนิสต์ดำเนินการอยู่ทั้งโดยเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จนกระทั่งภาคพื้นยุโรปเกิดสงครามโลกขึ้นและได้ลุกลามขยายวงกว้างมายังดินแดนปาเลสไตน์

Comment

Comment:

Tweet